ในการเดินทางเยือนกรุงเทพฯ รัฐบาลมณฑลไห่หนานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้หารือร่วมกันผ่านงานประชุมส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน (ไห่หนาน)-ไทย เมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยมีหน่วยงานและองค์กรชั้นนำเข้าร่วมกว่า 200 คน งานนี้คณะผู้แทนจากหน่วยงานชั้นนำของไห่หนานได้นำเสนอสิทธิประโยชน์และนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนในท่าเรือการค้าเสรี ตลอดจนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ ขณะที่นางสาวฐนิตา ศิริทรัพย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้ฉายภาพรวมของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและโอกาสการลงทุนในไทย
ในโอกาสเดียวกันนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ในโอกาสเดียวกันนี้ สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งชาติจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCPIT Hainan) สภาหอการค้านานาชาติแห่งประเทศจีน สาขามณฑลไห่หนาน (CCOIC Hainan) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อใช้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งมีการเซ็นสัญญาความร่วมมือในโครงการสำคัญเพิ่มเติมอีก 6 โครงการ
คณะผู้แทนฯ ยังได้เข้าหารือร่วมกับบริษัทระดับแถวหน้าของไทย ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มบริษัททีซีพี และไอเอฟบีเอช เพื่อต่อยอดความร่วมมือด้านการวิจัยเมล็ดพันธุ์ การจัดตั้งสำนักงานใหญ่ห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค และการแปรรูปผลิตภัณฑ์มะพร้าว ขณะเดียวกัน เขตนำร่องการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์นานาชาติโป๋อ๋าวเล่อเฉิง ยังได้ลงนาม MOU กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษาทางการแพทย์ระดับนานาชาติและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์อีกด้วย
ส่วนในแง่การแสดงสินค้า มณฑลไห่หนานได้นำผู้ประกอบการ 12 ราย เข้าร่วมงาน Thailand-China Cooperation Expo 2026 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 22- 25 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมจัดตั้งพาวิลเลียนไห่หนานเพื่อชูผลิตภัณฑ์เด่น อาทิ กาแฟ สินค้าจากไม้กฤษณา สินค้าแปรรูปจากมะพร้าว ผลผลิตทางการเกษตรและอาหารเมืองร้อน รวมถึงผลิตภัณฑ์คอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งช่วยผลักดันแบรนด์ท้องถิ่นเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำหรับภารกิจ ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย คณะผู้แทนฯ ได้หารือกับสมาคมธุรกิจท้องถิ่น สภาธุรกิจอินโดนีเซีย-จีน และคณะกรรมการความร่วมมือทวิภาคีอินโดนีเซีย-จีน สังกัดสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย (KIKT) พร้อมทั้งร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานสัมมนาส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าจีน (ไห่หนาน)-อินโดนีเซีย ซึ่งมีเอกชนชั้นนำเข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ Indonesia National Investment Company, Yali Group, Lin’s Group และ KML Seafood Group เพื่อเจาะลึกโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตร เวชภัณฑ์ และเศรษฐกิจดิจิทัล การเดินสายครั้งนี้จึงนับเป็นการขยายเครือข่ายท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานสู่ระดับสากล และเปิดมิติใหม่ในการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรอาเซียนอย่างยั่งยืน