นครฉงชิ่งตั้งกลไกใหม่ เสริมการค้าจีน–อาเซียน หนุนโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน

นครฉงชิ่งของจีนเดินหน้าเสริมความร่วมมือกับประเทศอาเซียน ด้วยการจัดตั้งกลไกประสานงานใหม่สำหรับโครงการระเบียงการค้าเชื่อมทางบกและทางทะเลสายใหม่ (ILSTC) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้า การค้า และการลงทุนข้ามพรมแดน ระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โครงการ ILSTC เป็นเครือข่ายการขนส่งที่เชื่อมเมืองตอนในของจีนเข้ากับท่าเรือสำคัญ และต่อยอดสู่ประเทศอาเซียนและตลาดโลก โดยการจัดตั้งกลไกประสานงานครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อทำให้การสื่อสาร การขนส่ง และการดำเนินกิจกรรมทางการค้าระหว่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น

กลไกดังกล่าวริเริ่มโดยสำนักงานกิจการต่างประเทศและสำนักงานท่าเรือและโลจิสติกส์ของเทศบาลนครฉงชิ่ง โดยมีสถานทูตและสถานกงสุลของประเทศตามแนวระเบียงการค้าเข้าร่วมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเทศสมาชิกอาเซียน 

ภายใต้กลไกนี้ ทุกฝ่ายจะร่วมกันประสานนโยบาย แลกเปลี่ยนข้อมูล และผลักดันความร่วมมือเชิงปฏิบัติ เพื่อช่วยลดอุปสรรคด้านการค้าและโลจิสติกส์ เช่น ขั้นตอนศุลกากร ต้นทุนการขนส่ง และการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมเปิดตัว “ข้อริเริ่มฉงชิ่ง” ซึ่งมุ่งขยายความร่วมมือในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และบิ๊กดาต้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และทำให้เครือข่ายการค้าตามแนว ILSTC ทันสมัยยิ่งขึ้น

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันโครงการ ILSTC เชื่อมโยงเมืองในจีน 75 แห่ง ศูนย์กลางขนส่งทางรถไฟ 164 แห่ง และท่าเรือ 584 แห่ง ใน 127 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการในจีนและอาเซียนเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จากสำนักงานกิจการต่างประเทศของเทศบาลนครฉงชิ่งระบุว่า การจัดตั้งกลไกดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาความร่วมมือจากการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่การประสานกฎระเบียบและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น