โรงพยาบาลก่อตั้งขึ้นบริเวณริมทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน และปัจจุบันมี 3 วิทยาเขต ได้แก่ หูบิน เฉียนเจียง และอวี่หาง เพื่อส่งมอบบริการทั้งผู้ป่วยในจีนและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ระดับโลกด้านสุขภาพแม่และเด็กตามแบบฉบับของจีน
ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลมุ่งวิจัยด้านสำคัญ เช่น การป้องกันความพิการแต่กำเนิด มะเร็งนรีเวช การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง และสุขภาพเจริญพันธุ์ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้มณฑลเจ้อเจียงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการเสียชีวิตของมารดาต่ำที่สุดในประเทศ พร้อมยังเผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างไซแอนซ์ (Science) และบีเอ็มเจ (BMJ) ซึ่งถูกนำไปปรับใช้อย่างแพร่หลายจากบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก
หนึ่งในผลงานสำคัญคือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีพหุโอมิกส์ (Multi-omics) มาช่วยประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมของตัวอ่อนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งเต้านมที่ส่งต่อทางพันธุกรรม รวมถึงการพัฒนาชุดตรวจพันธุกรรมก่อนคลอด และยกระดับการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT)
ด้านการรักษามะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลได้พัฒนาวิธีรักษาแบบแม่นยำ โดยเป็นผู้ริเริ่มนำสูตรการรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยวในการสร้างระบบจำแนกประเภทโมเลกุลสำหรับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นใหม่ ทำให้สามารถรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง จนกลายเป็นต้นแบบอ้างอิงระดับประเทศในปัจจุบัน
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ในการสร้าง “Shanyu Large Model” ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระบบแรกของจีนที่ออกแบบมาเพื่อสาขาสูตินรีเวชวิทยาโดยเฉพาะ โดยเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยโรค การวิเคราะห์เชิงวิชาการ และการบริหารจัดการสุขภาพส่วนบุคคล
ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล โรงพยาบาลยังขยายบริการผ่านระบบการแพทย์คุณภาพสูงทางไกล เช่น การติดตามสุขภาพแม่และเด็กผ่านระบบออนไลน์ การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์แบบทางไกล และการดูแลทารกแรกเกิดทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G และ VR จนกลายเป็นต้นแบบของความสำเร็จทั้งในระดับมณฑลและระดับประเทศ
ในระดับนานาชาตินั้น โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลกมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยเคยู เลอเฟิน (KU Leuven) และมหาวิทยาลัยโมนาช เพื่อร่วมกันวิจัยและบ่มเพาะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาพันธุศาสตร์การเจริญพันธุ์ เทคโนโลยีพหุโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยว และวิทยาการทางการแพทย์ล้ำสมัยอื่น ๆ
สำหรับอนาคตข้างหน้า ทางโรงพยาบาลกำลังเร่งขับเคลื่อน 6 แผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุม การคุ้มครองภาวะเจริญพันธุ์ การป้องกันความพิการแต่กำเนิด ความปลอดภัยของมารดาและทารก การทำคลอดโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การยกระดับคุณภาพ และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแม่และเด็กทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น
โรงพยาบาลสตรี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ของจีน ฉลองครบรอบ 75 ปี พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพสตรีและเด็ก และขยายความร่วมมือทางการแพทย์ในระดับนานาชาติ
โรงพยาบาลก่อตั้งขึ้นบริเวณริมทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน และปัจจุบันมี 3 วิทยาเขต ได้แก่ หูบิน เฉียนเจียง และอวี่หาง เพื่อส่งมอบบริการทั้งผู้ป่วยในจีนและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าพัฒนาเป็นศูนย์การแพทย์ระดับโลกด้านสุขภาพแม่และเด็กตามแบบฉบับของจีน
ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลมุ่งวิจัยด้านสำคัญ เช่น การป้องกันความพิการแต่กำเนิด มะเร็งนรีเวช การตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง และสุขภาพเจริญพันธุ์ ซึ่งมีส่วนสำคัญที่ทำให้มณฑลเจ้อเจียงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอัตราการเสียชีวิตของมารดาต่ำที่สุดในประเทศ พร้อมยังเผยแพร่งานวิจัยในวารสารวิชาการระดับนานาชาติอย่างไซแอนซ์ (Science) และบีเอ็มเจ (BMJ) ซึ่งถูกนำไปปรับใช้อย่างแพร่หลายจากบุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลก
หนึ่งในผลงานสำคัญคือการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีพหุโอมิกส์ (Multi-omics) มาช่วยประเมินความเสี่ยงทางพันธุกรรมของตัวอ่อนเพื่อป้องกันโรคมะเร็งเต้านมที่ส่งต่อทางพันธุกรรม รวมถึงการพัฒนาชุดตรวจพันธุกรรมก่อนคลอด และยกระดับการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT)
ด้านการรักษามะเร็งนรีเวช โรงพยาบาลได้พัฒนาวิธีรักษาแบบแม่นยำ โดยเป็นผู้ริเริ่มนำสูตรการรักษาด้วยเคมีบำบัดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัดในผู้ป่วยมะเร็งรังไข่และมะเร็งปากมดลูกระยะลุกลาม อีกทั้ง ยังใช้เทคโนโลยีโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยวในการสร้างระบบจำแนกประเภทโมเลกุลสำหรับมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นใหม่ ทำให้สามารถรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง จนกลายเป็นต้นแบบอ้างอิงระดับประเทศในปัจจุบัน
นอกจากนี้ โรงพยาบาบลยังร่วมพัฒนากับมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง ในการสร้าง “Shanyu Large Model” ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ระบบแรกของจีนที่ออกแบบมาเพื่อสาขาสูตินรีเวชวิทยาโดยเฉพาะ โดยเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการวินิจฉัยโรค การวิเคราะห์เชิงวิชาการ และการบริหารจัดการสุขภาพส่วนบุคคล
ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล โรงพยาบาลยังขยายบริการผ่านระบบการแพทย์คุณภาพสูงทางไกล เช่น การติดตามสุขภาพแม่และเด็กผ่านระบบออนไลน์ การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์แบบทางไกล และการดูแลทารกแรกเกิดทางไกลด้วยเทคโนโลยี 5G และ VR จนกลายเป็นต้นแบบของความสำเร็จทั้งในระดับมณฑลและระดับประเทศ
ในระดับนานาชาตินั้น โรงพยาบาลแห่งนี้ได้ร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลกมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ มหาวิทยาลัยเคยู เลอเฟิน (KU Leuven) และมหาวิทยาลัยโมนาช เพื่อร่วมกันวิจัยและบ่มเพาะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในสาขาพันธุศาสตร์การเจริญพันธุ์ เทคโนโลยีพหุโอมิกส์ระดับเซลล์เดี่ยว และวิทยาการทางการแพทย์ล้ำสมัยอื่น ๆ
สำหรับอนาคตข้างหน้า ทางโรงพยาบาลกำลังเร่งขับเคลื่อน 6 แผนงานเชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุม การคุ้มครองภาวะเจริญพันธุ์ การป้องกันความพิการแต่กำเนิด ความปลอดภัยของมารดาและทารก การทำคลอดโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การยกระดับคุณภาพ และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพแม่และเด็กทั่วประเทศให้ดียิ่งขึ้น