การประชุมในปีนี้ผู้แทนระดับสูงเกือบ 40 คณะ และแขกผู้มีเกียรติกว่า 1,000 คนจากทั่วโลกเข้าร่วม และได้รับการยกระดับสู่กรอบการดำเนินงานแบบ “1+1+N” ซึ่งประกอบด้วยพิธีเปิด 1 งาน การประชุมหลัก 1 เวที และการประชุมเฉพาะทางในหลากหลายหัวข้อ (N Thematic Forums) พร้อมกิจกรรมต่อเนื่องที่จัดขึ้นตลอดทั้งปี
การเสวนาระดับโลกว่าด้วยการสร้างเมืองที่เป็นมิตรกับดิจิทัล (Global Dialogue on Building Digital-Friendly Cities) ซึ่งเป็นงานประชุมหลัก จะมีการจัดเวทีเฉพาะทางมากกว่า 50 เวที โดยมุ่งเน้นสองประเด็นหลัก ได้แก่ “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม” และ “AI+” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การค้าและเศรษฐกิจดิจิทัลระหว่างประเทศ การพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล การพัฒนาตลาดข้อมูล การกำกับดูแลดิจิทัลระดับโลก ไปจนถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
งานดังกล่าวจะมีจัดเวทีสำหรับเปิดตัวเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นครั้งแรก ทั้งโมเดล AI ขนาดใหญ่ หุ่นยนต์ และการผลิตอัจฉริยะ และการจัดแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวนมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังมี การจัดงานสัปดาห์ประสบการณ์เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Experience Week) โดยได้จัดตั้งตลาดดิจิทัลขึ้นที่ย่านวัดหลงฟู่ ในกรุงปักกิ่ง และใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทวิน (Digital Twin) เพื่อบูรณาการประสบการณ์การบริโภคทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ งานประชุมได้ออกแบบเส้นทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเชิงดิจิทัลโดยเฉพาะ เช่น “ทัวร์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อี้จวง” และ “ทัวร์บูรณาการวัฒนธรรม กีฬา ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์เฉาหยาง” เพื่อให้สาธารณชนได้สัมผัสความสำเร็จของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ เช่น การแข่งขันสร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วย AI (AIGC for Future Global Challenge) และงานแสดงอุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Industry Expo) โดยมุ่งมอบประสบการณ์แบบบูรณาการที่ผสมผสานการประชุม นิทรรศการ การแข่งขัน และการสาธิตเอาไว้อย่างครบถ้วน
หลิว เว่ยเหลียง รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศเทศบาลกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า การประชุมในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับบทบาทในเวทีนานาชาติ และเสริมสร้างการเชื่อมโยงทรัพยากรในระดับโลก โดยมุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลึกซึ้งและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ผ่านท่าทีที่เปิดกว้างมากขึ้นและมาตรการเชิงปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น