เมืองหนิงโปเคยเป็นเมืองต้นทางสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล แต่ปัจจุบันได้พัฒนาโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่การผลิตอัจฉริยะ โดยสินค้าส่งออกสำคัญครอบคลุมอุปกรณ์อัจฉริยะ เครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัล หุ่นยนต์อุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์พลังงานใหม่ ซึ่งกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าต่างประเทศ
ข้อมูลทางการระบุว่า ในปี 2568 การส่งออกอุปกรณ์อัจฉริยะของหนิงโป รวมถึงแขนกลและหุ่นยนต์อุตสาหกรรม มีมูลค่า 440 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ช่วงเดือนม.ค.-พ.ค. การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่า 247,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 4.1% คิดเป็น 58% ของการส่งออกทั้งหมดของเมือง ส่วนการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และผลิตภัณฑ์โซลาร์เซลล์ เติบโต 138.4% โดยการส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 215.9%
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากบริษัทชั้นนำของหนิงโป อาทิ แว่นตาแปลภาษาด้วย AI อุปกรณ์เอาท์ดอร์อัจฉริยะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าดิจิทัลขนาดเล็ก ซึ่งสะท้อนการยกระดับอุตสาหกรรมของเมืองจากฐานการผลิตแบบดั้งเดิมสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีมูลค่าสูง
หนิงโปยังเดินหน้าผสานการค้ากับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ผ่านการเปิดตัว “พื้นที่วัฒนธรรมหนึ่งเมตร” (One-Meter Cultural Space) แห่งแรกในศรีลังกา เพื่อเผยแพร่อัตลักษณ์ของเมืองควบคู่กับการนำเสนอผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ และส่งเสริมความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการและประชาชนของทั้งสองประเทศ
ด้วยการยกระดับภาคการผลิตผ่านระบบดิจิทัล การพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ หนิงโปกำลังต่อยอดบทบาทจากเมืองท่าประวัติศาสตร์สู่ศูนย์กลางการผลิตและการค้าโลก พร้อมผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมจีนบนเวทีสากล