ภายในงาน ต่ง หมิงจู ได้แสดงวิสัยทัศน์ว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีคือภารกิจสูงสุดของภาคการผลิตในการเร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน โดย GREE ได้บุกเบิกวิจัยเทคโนโลยีที่ไม่พึ่งพาพลังงานแบบดั้งเดิมมาตั้งแต่ปี 2555 จนสามารถบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบปรับอากาศเข้าด้วยกัน ทำให้แนวคิด “ทำความเย็นโดยแทบไม่ต้องเสียค่าไฟ” กลายเป็นจริงได้ในครัวเรือนทั่วไป
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยิ่งมีความสำคัญเมื่อพิจารณาจากการคาดการณ์ว่าจำนวนเครื่องปรับอากาศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 5.6 พันล้านเครื่องภายในปี 2593 ท่ามกลางวิกฤตอากาศร้อนจัด GREE จึงได้เข้าร่วม “Manufacturing Platform” ของ UNEP พร้อมให้คำมั่นว่าจะเร่งเปลี่ยนผ่านสู่เครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน เลิกใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP สูง และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง
ความสำเร็จดังกล่าวมียอดขายและเทคโนโลยีความเชี่ยวชาญรองรับอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะระบบเครื่องปรับอากาศพลังงานแสงอาทิตย์ “Zero Carbon Source” ที่มีประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้ากระแสตรงสูงถึง 99% ช่วยเปลี่ยนระบบทำความเย็นที่เคยใช้พลังงานสูงให้เป็นพลังงานสะอาด ซึ่งถูกนำไปใช้งานแล้วใน 35 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลางที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 110,000 ตันต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น มาตรฐานของ GREE ยังได้รับการบรรจุเข้าสู่ระบบมาตรฐานสากล IEC ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “For the Clearer Sky and Greener Earth” ที่บริษัทขับเคลื่อนมาตลอดทศวรรษ รางวัลนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมทำความเย็นของจีนบนเวทีโลกอย่างแท้จริง