ซูโจวโชว์ศักยภาพนครพันปี สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมบนเวที APEC 2026

เมืองซูโจว นครแห่งสายน้ำฝั่งตะวันออกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ได้สร้างความประทับใจระดับสากลอีกครั้งในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC) ครั้งที่ 32 ระหว่างวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเมืองแห่งนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ที่หลอมรวมเข้ากับวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิมอย่างกลมกลืน ดั่งคำเปรียบเปรยว่าเป็น “ภาพปักสองหน้า” อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดส่งผลให้ซูโจวครองตำแหน่งเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของจีน ด้วยมูลค่าผลผลิตรวมของวิสาหกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 4.9 ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นฮาร์ดพาวเวอร์ที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน เสน่ห์ของนครร้อยสวน นครร้อยพิพิธภัณฑ์ และนครร้อยงิ้ว ก็กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนเมืองให้ก้าวขึ้นเป็นหน้าต่างบานสำคัญในการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีน

ซูโจวโชว์ศักยภาพนครพันปี สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมบนเวที APEC 2026

บรรยากาศภายในงานได้รับการเนรมิตให้เป็นห้องรับแขกทางวัฒนธรรมเพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมอย่างอบอุ่น โดยมีการจำลองสวนคลาสสิกสไตล์เจียงหนานโทนสีฟ้าอ่อนที่สื่อถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและมิตรไมตรีจิต ไฮไลต์สำคัญที่แสดงถึงความร่วมมือในภูมิภาคคือการที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ได้ร่วมกับกลุ่มนักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน และมิตรประเทศต่างๆ ปักฝีเข็มลงบนผืนผ้าปักซูโจวชุดพิเศษ “APEC CHINA 2026” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการถักทอสายสัมพันธ์และความร่วมมือร่วมใจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำนวัตกรรมมาสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม เช่น การนำศิลปะกระดุมจีนผานโค่วมาทำเป็นเข็มกลัดฝีมือ จิน อี๋ และการนำลวดลายสิบสองนักษัตรมาผสานกับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของบริษัท ซูโจว ไท่หู สโนว์ ซิลก์ จำกัด ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภครุ่นใหม่และชาวต่างชาติ

ในมุมมองการลงทุน นวัตกรรมและความลุ่มลึกทางวัฒนธรรมของซูโจวได้กลายเป็นเครื่องมือสร้างความเข้าใจก่อนการเจรจาธุรกิจ โดย ฟลอร์ เบเยนส์ จากหอการค้าเบเนลักซ์ประจำประเทศจีน ระบุว่าความประณีตของวัฒนธรรมท้องถิ่นช่วยให้การสร้างความร่วมมือง่ายขึ้น สอดคล้องกับความเห็นของ ฆอร์เฆ กาซิมิโร รองประธานกลุ่มบริษัทไนกี้ (Nike) ที่ยกย่องสภาพแวดล้อมทางธุรกิจของซูโจว ซึ่งไนกี้ได้เข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2539 และเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะศูนย์โลจิสติกส์ที่เมืองไท่ชางซึ่งจัดตั้งในปี 2553 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ถึงห้าเท่า ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองรับสินค้าได้กว่า 180 ล้านชิ้นต่อปี สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่ามนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของซูโจวคือสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีที่สุด ส่งผลให้เมืองนี้ได้รับเลือกเป็นเมืองของจีนที่ดึงดูดใจบุคลากรผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติมากที่สุดติดต่อกันยาวนานถึง 14 ปี