เซี่ยงไฮ้เปิดฉากการประชุม WAIC 2569 ชูเทรนด์ AI เชิงกายภาพ และเอเจนต์อัจฉริยะเปลี่ยนโลก

นครเซี่ยงไฮ้เปิดม่านการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (World Artificial Intelligence Conference – WAIC) ประจำปี 2569 พร้อมกับการประชุมระดับสูงว่าด้วยธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์โลกอย่างคึกคัก เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ถึง 100,000 ตารางเมตร  โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “AI Partnership for a Brighter Future” (ผนึกกำลังยกระดับ AI เพื่ออนาคตที่ดีกว่า) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลายจากนานาประเทศและทั่วภูมิภาค

เซี่ยงไฮ้เปิดฉากการประชุม WAIC 2569 ชูเทรนด์ AI เชิงกายภาพ และเอเจนต์อัจฉริยะเปลี่ยนโลก

การประชุมครั้งนี้ครอบคลุมมิติความร่วมมือข้ามพรมแดนและการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม (AI+) พร้อมทั้งร่วมกันผลักดันแนวคิดในการพัฒนา AI ที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับทุกคน  โดยเทรนด์สำคัญที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี AI จากโลกดิจิทัลสู่โลกกายภาพ ทั้งหุ่นยนต์ทำงานร่วมกับมนุษย์ (Collaborative Robot) ระบบเอเจนต์อัจฉริยะ (AI Agent) ตลอดจนอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ที่นำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน

งานนี้เริ่มต้นการประชุมหลักในช่วงเช้าด้วยการแสดงทัศนะจากวิทยากรระดับแถวหน้า อย่างริชาร์ด เอส ซัตตัน (Richard S. Sutton) เจ้าของรางวัลทัวริงที่ได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ “ยุคแห่งประสบการณ์” (The Era of Experience) โดยชี้ว่าโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ในปัจจุบันยังคงพึ่งพาการเรียนรู้จากข้อมูลที่มนุษย์กำกับไว้ ไม่มีการสำรวจและเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามมาด้วย หยิน ฉี (Yin Qi) ประธานกรรมการบริษัทสเต็ปฟัน (StepFun) และเฉียนหลี่ เทคโนโลยี (Qianli Technology) ได้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ AI Agent ที่จะเป็นขุมพลังสำคัญในการยกระดับภาคอุตสาหกรรม

ส่วนเวทีเสวนาโต๊ะกลมข้ามสาขาวิชาซึ่งดำเนินรายการโดยนักวิชาการ เว่ยหนาน เอ้อ (Weinan E) ได้ร่วมเจาะลึกบทบาทของเทคโนโลยี AI และควอนตัมในการพลิกโฉมโมเดลการศึกษาวิจัย ขณะที่การประชุมหลักในช่วงบ่ายได้หารือลงลึกในเรื่องเทคโนโลยีฐานราก ธรรมาภิบาล การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ โดยสองเจ้าของรางวัลทัวริงอย่าง จอห์น ฮอปครอฟต์ (John Hopcroft) และโยชัว เบนจิโอ (Yoshua Bengio) ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองที่น่าสนใจ โดยคุณฮอปครอฟต์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางกลยุทธ์พัฒนากำลังคนในเชิงรุกและการยกระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ส่วนคุณเบนจิโอได้เสนอหลักการ 3 ประการ ได้แก่ การบังคับใช้มาตรการตรวจสอบความปลอดภัย การบริหารจัดการความเสี่ยงตามมาตรฐาน และการกระจายผลประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ เวทีเสวนาเฉพาะทางยังได้ร่วมเจาะลึกมิติต่าง ๆ ทั้งสถาปัตยกรรมประมวลผลแบบใหม่ ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ โมเดลจำลองโลก และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบฝังตัว โดยตัวแทนจากภาคเอกชนได้ร่วมนำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้ในด้านชีวเวชศาสตร์ ภาคการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ขณะเดียวกัน เวทีเสวนาของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ชี้ให้เห็นบทบาทสำคัญของนักวิจัยและผู้ก่อตั้งรุ่นใหม่ ในฐานะกำลังหลักที่จะเข้ามาขับเคลื่อนอนาคตของวงการ พร้อมกันนี้ยังได้มีการมอบรางวัล SAIL Award เพื่อเชิดชูเกียรติแก่โครงการ AI ที่มีความก้าวหน้าด้วย

ผลจากการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน นำไปสู่การเปิดตัว 3 เอกสารสำคัญระดับโลก พร้อมชุดกรณีศึกษาตัวอย่าง โดย “แผนปฏิบัติการความร่วมมือและการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์” ได้กำหนดโรดแมปความร่วมมือทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมข้ามพรมแดน ขณะที่ “ข้อเสนอแนะว่าด้วยความไว้วางใจและการเชื่อมโยงระหว่างระบบเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์” มุ่งส่งเสริมระบบนิเวศ AI Agent ที่มีความเปิดกว้าง ปลอดภัย และครอบคลุม ส่วน “แผนปฏิบัติการว่าด้วยธรรมาภิบาลและจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ระหว่างประเทศ” ได้สร้างกรอบทำงานพหุภาคีเพื่อกำกับดูแล AI ในระดับสากล และปิดท้ายด้วย “ชุดกรณีศึกษา AI จากจีนเพื่อประโยชน์ของโลก ประจำปี 2569” ซึ่งนำเสนอ 10 กรณีศึกษาในการนำ AI จีนไปใช้จริง เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทั่วโลก นำไปสู่แนวทางที่เป็นรูปธรรมในการส่งต่อประโยชน์จากเทคโนโลยี AI สู่ทุกคน การประชุมครั้งนี้มีขึ้นจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม โดยจะมีเวทีเสวนาและกิจกรรมภาคอุตสาหกรรมตามมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ WAIC ขอเชิญชวนพันธมิตรทั่วโลกร่วมเปลี่ยนฉันทามติให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อสร้างระบบนิเวศ AI ที่มีความครอบคลุม ปลอดภัย และเป็นธรรม