“น้ำเต้า” สัญลักษณ์มงคลจีน สู่ศิลปะร่วมสมัยในนิทรรศการเหลียวหนิง

น้ำเต้าถือเป็นสัญลักษณ์มงคลสำคัญในวัฒนธรรมจีน สื่อถึงความปรารถนาด้านโชคลาภ สุขภาพ ความปลอดภัย ความสงบสุขของครอบครัว และความเจริญรุ่งเรือง สัญลักษณ์นี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านงานหัตถศิลป์มาอย่างยาวนาน และล่าสุดได้รับการนำเสนออีกครั้งในนิทรรศการศิลปะน้ำเต้าเหลียวหนิง ภายใต้ธีม “Fortune and Prosperity Across Mountains and Seas” หรือ “โชคดีมีสุข สถิตทั่วขุนเขาและสายน้ำ” ณ พิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีน (Industrial Museum of China) ซึ่งจัดแสดงถึงวันที่ 23 กันยายนนี้

“น้ำเต้า” สัญลักษณ์มงคลจีน สู่ศิลปะร่วมสมัยในนิทรรศการเหลียวหนิง

นิทรรศการครั้งนี้จัดขึ้นผ่านความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรมแห่งประเทศจีน สมาคมวรรณศิลป์และศิลปะพื้นบ้านมณฑลเหลียวหนิง และสมาคมวรรณศิลป์และศิลปะพื้นบ้านเมืองเถี่ยหลิง โดยรวบรวมผลงานศิลปะน้ำเต้ากว่า 230 ชิ้น สร้างสรรค์ด้วยเทคนิคหลากหลาย ทั้งการเดินลายด้วยความร้อน การแกะสลัก การเขียนสี เครื่องทองสลักลาย การลงสีซ้อนชั้น และการดุนนูน แต่ละชิ้นสะท้อนรากฐานของงานหัตถศิลป์และวัฒนธรรมพื้นบ้านดั้งเดิม ควบคู่กับการนำแนวคิดด้านสุนทรียศาสตร์และการออกแบบร่วมสมัยมาประยุกต์ใช้ ทำให้สัญลักษณ์มงคลที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ยังคงมีชีวิตชีวาในรูปแบบที่ร่วมสมัย

ไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอความสำเร็จของมณฑลเหลียวหนิงในการผลักดันมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยฉีกกรอบการจัดแสดงแบบเดิมที่เน้นเฉพาะผลงานระดับปรมาจารย์ มาเป็นการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินหลากหลายระดับ ตั้งแต่ผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมระดับมณฑลจนถึงประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วม สนับสนุนการถ่ายทอดทักษะฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น

ผู้เข้าชมงานจำนวนมากระบุว่า การได้สัมผัสศิลปะน้ำเต้าแบบดั้งเดิมท่ามกลางบรรยากาศพิพิธภัณฑ์อุตสาหกรรม มอบความกลมกลืนระหว่างความเก่าและความใหม่ ด้านเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาพิพิธภัณฑ์มีส่วนร่วมในภารกิจอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านแบรนด์เทศกาลวัฒนธรรม “อุตสาหกรรม + ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน” และกิจกรรมอย่างการแสดงมรดกทางวัฒนธรรม ตลาดนัดวัฒนธรรม และนิทรรศการงานหัตถศิลป์

นิทรรศการนี้จึงเป็นทั้งเวทีโชว์ความสำเร็จด้านงานหัตถศิลป์น้ำเต้า และแนวปฏิบัติที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเข้ากับชีวิตประชาชน ควบคู่กับการส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว โดยในอนาคตพิพิธภัณฑ์ฯ จะเดินหน้าจัดกิจกรรมในธีมนี้อย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับแบรนด์ “อุตสาหกรรม + ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น