สิงคโปร์เปิดเวทีประชุมนานาชาติว่าด้วยทฤษฎีลั่วปิ้ง ดันองค์ความรู้แพทย์แผนจีนสู่สากล

สิงคโปร์เปิดเวทีประชุมวิชาการประจำปี 2569 ของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีลั่วปิ้ง สมาพันธ์สมาคมการแพทย์จีนโลก (WFCMS) ควบคู่กับงานประชุมภาคต่างประเทศ ประจำการประชุมนานาชาติว่าด้วยทฤษฎีลั่วปิ้ง ครั้งที่ 22 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่่ผานมา โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ และนักวิจัยจากหลายประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลงานวิจัยล่าสุด มุ่งขยายความร่วมมือระหว่างประเทศและส่งเสริมการพัฒนาการแพทย์แผนจีนในระดับสากล

การประชุมครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด “Inherit, Innovate, Open, Integrate” หรือ “สืบสาน สร้างสรรค์นวัตกรรม เปิดกว้าง และผสานความร่วมมือ” เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศ ขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ พร้อมทั้งผลักดันการแพทย์แผนจีนให้พัฒนาก้าวหน้าอย่างมีคุณภาพและก้าวไกลในระดับสากล

ปั้น ปิง รองเลขาธิการ WFCMS กล่าวว่า นับตั้งแต่จัดตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฎีลั่วปิ้งในปี 2555 ภายใต้การนำของอู่ อี้หลิง (Wu Yiling) สมาชิกสถาบันวิศวกรรมแห่งชาติจีน คณะผู้เชี่ยวชาญได้ผลักดันการพัฒนาศาสตร์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านทฤษฎี งานวิจัยทางคลินิก การกำหนดมาตรฐาน และการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ต่างประเทศ

ปั้น ปิงเสริมว่า การประชุมนานาชาติว่าด้วยทฤษฎีลั่วปิ้งซึ่งจัดต่อเนื่องมาแล้ว 22 ครั้ง ได้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างการแพทย์แผนจีนกับการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยการประชุมภาคต่างประเทศที่ผ่านมาเคยจัดขึ้นในไทยและเวียดนาม ก่อนที่ปีนี้จะจัดขึ้นในสิงคโปร์ ภายใต้กรอบการประชุมการแพทย์แผนจีนโลก (World Congress of Chinese Medicine)

ด้านจ้าว เว่ยเฉวียน (Zhao Weiquan) รองประธานกรรมการ วิทยาลัยการแพทย์แผนจีนแห่งสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์เป็นจุดเชื่อมองค์ความรู้ระหว่างตะวันออกและตะวันตก ที่การแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนปัจจุบันพัฒนาควบคู่กันได้ และหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นการวิจัยทฤษฎีลั่วปิ้งในเชิงลึก รวมถึงขยายการนำการแพทย์แผนจีนไปใช้ในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวฉบับภาษาอังกฤษของฉันทามติผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยการดูแลรักษาโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างต่อเนื่องด้วยตำรับยาจีนตามทฤษฎีลั่วปิ้ง พร้อมจัดพิธีมอบหนังสือประมวลทฤษฎีลั่วปิ้ง ซึ่งรวบรวมผลงานวิจัยและองค์ความรู้จากการรักษาทางคลินิกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

การเผยแพร่เอกสารทั้งสองฉบับเป็นภาษาอังกฤษถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการนำทฤษฎีลั่วปิ้งสู่เวทีโลก เปิดโอกาสให้แพทย์และนักวิจัยในต่างประเทศเข้าถึงองค์ความรู้ด้านนี้ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น