
สำหรับการปรับตารางบินในครั้งนี้ สายการบินฯ ได้เปิดให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศและระดับภูมิภาครวมกว่า 180 เส้นทาง ครอบคลุมกว่า 40 ประเทศและเขตปกครอง โดยมีเที่ยวบินให้บริการเฉลี่ยสูงถึงวันละกว่า 430 เที่ยวบิน ไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาเปิดเส้นทางบินตรงแอดิเลด-เซี่ยงไฮ้ การเพิ่มความถี่ในเส้นทางบัวโนสไอเรส-โอกแลนด์-เซี่ยงไฮ้ รวมถึงการเสริมเที่ยวบินตามฤดูกาลจากซิดนีย์ เมลเบิร์น และบริสเบน สู่เซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังเพิ่มเที่ยวบินเชื่อมต่อเซี่ยงไฮ้ไปยังแฟรงก์เฟิร์ต ลอนดอน และแวนคูเวอร์ ขณะที่เส้นทางบินใหม่อย่างดับลิน สตอกโฮล์ม และทบิลิซี ที่เปิดตัวไปเมื่อฤดูร้อน จะยังคงทำการบินอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูหนาวนี้
ในส่วนของภูมิภาคเอเชีย สายการบินฯ ได้เร่งเพิ่มความถี่ในเส้นทางหลักจากเซี่ยงไฮ้สู่บาหลี สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ และโซล รวมถึงเส้นทางคุนหมิงสู่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ตลอดจนเส้นทางชิงเต่า-โซล เพื่อรองรับดีมานด์การเดินทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจได้อย่างครอบคลุมที่สุด
นอกจากการขยายเส้นทางบินแล้ว ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ยังเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสารระดับพรีเมียม ตั้งแต่ขั้นตอนการรอขึ้นเครื่องไปจนถึงบนท้องฟ้า โดยได้ปรับโฉมห้องรับรองพิเศษที่ท่าอากาศยานหลักในเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และซีอาน เพิ่มพื้นที่เฉพาะและที่นั่งรองรับอีกกว่า 400 ที่นั่ง พร้อมปรับปรุงเมนูอาหาร เครื่องดื่มประจำฤดูกาล และเสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “MU Noodles” ทั้งยังมีบริการรถรับ-ส่งสนามบินฟรีสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจในเมืองใหญ่ทั่วโลก บริการสายด่วนพรีเมียม และการดูแลผ่านแอปพลิเคชัน CEAir เวอร์ชันผู้โดยสารระหว่างประเทศ
ปิดท้ายด้วยประสบการณ์บนเครื่องบิน สายการบินฯ ได้รังสรรค์เมนูอาหารวัตถุดิบพรีเมียมใหม่บน 12 เส้นทางระยะไกลที่ออกจากเซี่ยงไฮ้ สู่เมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก ปารีส และลอนดอน พร้อมเปิดตัวคอลเลกชันเครื่องดื่มใหม่ต่อยอดจาก “MU Tea” ทั้งกาแฟ ชาสปาร์กลิง เครื่องดื่มสูตรพิเศษ และแอลกอฮอล์ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจบนเครื่องบินลำกว้างทุกลำยังได้รับสิทธิ์ใช้งาน Wi-Fi ความเร็วสูงฟรีตลอดการเดินทางอีกด้วย