ส่องโมเดล Born Global ธุรกิจที่มุ่งตลาดโลกตั้งแต่วันแรก บนเวทีการค้าแม่น้ำเพิร์ล 2569

โมเดลธุรกิจที่ตั้งเป้าขายทั่วโลกตั้งแต่วันแรก หรือที่เรียกว่า “Born Global” เป็นหนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจบนเวทีการประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River International Trade Forum) ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ศูนย์ประชุมแคนตันแฟร์ ประเทศจีน ภายใต้แนวคิด “Building Mutual Trust and Joining Forces for Shared Success” หรือ “สร้างความเชื่อมั่น ผนึกกำลังเพื่อความสำเร็จร่วมกัน”

ส่องโมเดล Born Global ธุรกิจที่มุ่งตลาดโลกตั้งแต่วันแรก บนเวทีการค้าแม่น้ำเพิร์ล 2569

ชเจียง เสี่ยวเจวียน อาจารย์มหาวิทยาลัยสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน และอดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจีน อธิบายว่า Born Global คือธุรกิจที่คิดสินค้าและบริการโดยมีตลาดโลกเป็นเป้าหมายตั้งแต่ตั้งบริษัท ไม่ต้องรอให้ธุรกิจในประเทศมั่นคงก่อนแล้วค่อยออกไปต่างประเทศเหมือนแต่ก่อน โดนเธอมองว่าเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะที่ก้าวหน้าเร็ว บวกกับภาคอุตสาหกรรมจีนที่แข็งแกร่งขึ้น คือแรงหนุนสำคัญที่ทำให้แนวทางนี้เกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ตลาดโลกตั้งแต่ระยะแรกยังต้องอาศัยการเตรียมพร้อม เจียง เสี่ยวเจวียนระบุว่า ภาคธุรกิจควรปรับวิธีคิดให้เป็นสากล สร้างแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่น แสวงหาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ขณะที่ภาครัฐควรสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่โปร่งใส เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ และคาดการณ์ได้ เพื่อสนับสนุนการเคลื่อนย้ายทรัพยากรด้านนวัตกรรมข้ามพรมแดน

ความเชื่อมั่นต้องเติบโตควบคู่กับเทคโนโลยี

บทเรียนจากบริษัทที่ออกไปบุกตลาดต่างประเทศแล้วบอกเราว่า สินค้าดีอย่างเดียวยังไม่พอ เจียง ฉง รองประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของเสียวหมี่ กรุ๊ป (Xiaomi Group) เล่าว่า บริษัทเทคโนโลยีไม่ได้ขายแค่ตัวสินค้า แต่ยังมีแพลตฟอร์ม ระบบนิเวศของธุรกิจ และบริการที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง การสร้างความไว้วางใจในตลาดต่างประเทศจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการลงทุนเพื่อปรับตัวให้เข้ากับตลาดท้องถิ่น

ขณะที่จู เล่ย รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของกรี อิเล็คทริค แอพพลายแอนซ์ (Gree Electric Appliances) ซึ่งมาร่วมงานแคนตันแฟร์ติดต่อกัน 31 ปี เล่าว่า บริษัทเริ่มจากการส่งสินค้าไปขาย จนวันนี้ได้ไปร่วมพัฒนาการผลิตในต่างประเทศ โดยให้คนในพื้นที่เป็นกำลังหลัก อย่างโรงงานที่บราซิลมีพนักงานเป็นคนท้องถิ่นถึง 98% ทำให้บริษัทอยู่ในชุมชนได้อย่างมั่นคง

วิลเลียม หวง หุ้นส่วนผู้จัดการบริษัทอีวาย (EY) ประจำภูมิภาคจีนตอนใต้ มองว่าธุรกิจจีนวันนี้ไม่ได้ส่งออกแค่สินค้าแล้ว แต่ส่งออกฝีมือด้วย ทั้งงานวิจัยและพัฒนา การบริหารห่วงโซ่อุปทาน และความชำนาญในการบริหารงาน ส่วนแคนตันแฟร์ก็เป็นเวทีที่ให้นักธุรกิจจีนกับต่างชาติได้มาพบกันตัวจริง และต่อยอดเป็นพันธมิตรกันระยะยาว

ความไว้วางใจ หัวใจของการค้าข้ามประเทศ

ปาสกาล ลามี อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวผ่านวิดีโอว่า ความไว้วางใจเป็นเหมือนโครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็นของการค้าระหว่างประเทศ เขาชื่นชมที่แคนตันแฟร์เป็นสะพานเชื่อมจีนกับตลาดโลกมาตลอด 70 ปี และหวังว่าเวทีนี้จะช่วยให้การค้าระหว่างกันสมดุลและเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

ขณะที่แคน ยิลดิริม (Can Yildirim) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของเซเวอริน (Severin) ซึ่งดำเนินธุรกิจในจีนมานานกว่า 30 ปีและมีฐานธุรกิจในเมืองเซินเจิ้น กล่าวว่า “อนาคตของความร่วมมืออยู่ที่การร่วมสร้างสรรค์คุณค่า” พร้อมเน้นถึงความสำคัญของการสร้างสมดุลระหว่างการแข่งขันกับความร่วมมือระหว่างธุรกิจจีนและต่างชาติ

เหลียง ยู่เทียน รองผู้อำนวยการสถาบันนานาชาติและภูมิภาคศึกษา มหาวิทยาลัยซุนยัตเซ็น ชี้ว่านิคมอุตสาหกรรมในต่างประเทศเป็นตัวเชื่อมสำคัญระหว่างการค้ากับการลงทุน ผู้ร่วมเวทียังได้แลกเปลี่ยนกันถึงเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และระบบการค้าพหุภาคีที่เจอแรงกดดันมากขึ้น โดยเห็นตรงกันว่าการเปิดกว้างและร่วมมือกันยังเป็นเรื่องสำคัญของการค้าโลก

การประชุมการค้าระหว่างประเทศแม่น้ำเพิร์ลเริ่มจัดครั้งแรกในปี 2564 และเป็นเวทีการค้าระหว่างประเทศระดับสูงงานแรกที่จัดขึ้นในงานแคนตันแฟร์ ปีนี้จัดในช่วงงานแคนตันแฟร์ครั้งที่ 140 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 70 ปี ภายในงานมีทั้งวงเสวนา การบรรยายพิเศษ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ เปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และนักวิชาการทั้งจีนและต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันมองหาโอกาสความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน